บ้านมือสองบางหลังมีการตกแต่งภายในเรียบร้อยแล้ว จะซื้อหรือไม่ซื้อดี
หาก พอใจจะต่อรองอย่างไรทั้งนี้บ่อยครั้งมักจะพบโฆษณาผ่านสื่อต่างๆ ว่า ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว พร้อมเข้าอยู่ได้ทันที หลักในการต่อรองครั้งนี้ ถือว่าผ่านการพิจารณาเรื่องทำเล สภาพแวดล้อมชุมชน สภาพแวดล้อมของโครงการ ที่ต้องพิจารณาเป็นพิเศษในการเจรจาต่อรองราคา คือ สภาพตกแต่ง
ความรู้เล็ก ๆ น้อย สำหรับการพิจารณาบ้านที่ตกแต่งแล้ว มีดังนี้
ประการแรก
จำแนก ลักษณะการตกแต่งให้ชัดเจนว่า เป็นการตกแต่งแบบยึดติดกับผนังบ้านที่เรียกกันทั่วไปว่า บิลท์อิน หรือว่าเป็นการตกแต่งโดยยกเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเข้าไว้ในห้อง การตกแต่งที่แตกต่างกันดังกล่าวควรแยกได้ในระดับมีจำนวนที่แน่นอนเป็นชิ้น เป็นพื้นที่
ประการที่สอง
ดูสภาพประโยชน์ที่จะใช้สอยได้ต่อไป ทั้งการใช้ได้จริง การดูเพียงสวยงามและอายุความคงทนที่เหลืออยู่
ประการที่สาม
ดูรสนิยมความชอบส่วนตัวว่า แตกต่างกับการตกแต่งแต่เดิมมากไหม
ประการสุดท้าย
เปรียบ เทียบประมาณค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปหากจะต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข ซ่อมแซมเพราะถ้าเป็นบิลต์อินก็ต้องรื้อทิ้งหรือเป็นแบบยกเข้ามา หากเปลี่ยนที่แล้วไม่เหมาะสมก็ต้องยกออก ถ้าพอใจเป็นส่วนใหญ่หรือเห็นว่าไว้เปลี่ยนทีหลังยังได้ก็ประเมินดูว่าควรจะ มีราคาและมูลค่าเท่าไร
เมื่อ ถึงตรงนี้แล้วผู้ซื้อก็คงพอจะเห็นแนวทางในการต่อรองราคาได้หากเจอเสนอขายแบบ นี้ก็หาข้อมูลว่าบ้านละแวกเดียวกันขายสักเท่าไหร่ ทั้งนี้เพราะผู้เสนอขายไม่ได้บวกมูลค่าของการตกแต่งเข้าไป แต่ว่าตั้งราคาบ้านไว้สูงกว่าหลังอื่นเพื่อนำจุดนี้ไปเป็นข้อต่อรอง
ประเด็น ที่นำมาต่อรองราคาได้อีกคือ เรื่องอายุของวัสดุตกแต่งเพื่อการใช้สอย อันจะเกี่ยวพันถึงการจ่ายเงินเพื่อซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ดูให้ดีหาจุดต่อ รองราคาให้ได้ หากไม่พอใจการตกแต่งพอใจตัวบ้าน สภาพบ้าน
ในกรณีที่การตกแต่งส่วนใหญ่ยกเข้ามาวาง มิใช่มาติดตั้ง
ก็ สะดวกในการยกออก ผู้สนใจซื้ออาจจะบอกผู้ขายหรือตัวแทนนายหน้าว่าให้ขายเฟอร์นิเจอร์ไปได้เลย เพราะสนใจซื้อเฉพาะตัวบ้าน และต่อราคากันว่าเท่าไหร่ที่ตรงนั้น ทั้งนี้จะได้ผลักภาระการจำหน่ายวัสดุตกแต่งออกไปให้มากที่สุด หรือจะรื้อก็รื้อเสียเลย แต่คงต้องเจรจากันมากหน่อย เพราะการตกแต่งแบบบิลท์อินนั้นเวลารื้อจะเหลือร่องรอยไว้เยอะ
เมื่อ เป็นเช่นนี้ก็ควรบอกกันตรง ๆ ว่า พอใจบ้าง แต่ก็ไม่ถูกใจในการตกแต่ง จะต้องรื้อใหม่บางส่วน ขอลดราคาค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ ประเด็นต่อรองตรงนี้คือ รสนิยมไม่ตรงกันระหว่างเจ้าของเดิมกับผู้ต้องการซื้อ ถ้าพอใจและอยากต่อราคาก็เอาเรื่องอายุการใช้งานและการซ่อมแซมบำรุงรักษามา ใช้เป็นประโยชน์ แต่ต้องดูให้ดีว่ามีปัญหาหรือจุดต่อรองอยู่ตรงนั้นจริงๆ ผู้ขายจะได้เห็นว่าเราต่อรองอย่างมีเหตุผลต่อรองเพื่อพยายามซื้อ
**ข้อควรจำเวลาซื้อบ้านที่ใช้เฟอร์นิเจอร์บิลท์อิน**
หาก ไม่ชอบใจการตกแต่งกันจริง ๆ แล้วอย่าฝืนใจซื้อ แม้ว่าจะได้ราคาที่รู้สึกถูก เพราะว่าเมื่ออยู่ไปแล้วทนไม่ไหว ค่าใช้จ่ายในการปรับปรุงจะเสียมากกว่าทำเสียก่อนย้ายเข้ามาอยู่
การ ตกแต่งที่อยู่อาศัยโดยทั่วไปแล้วเป็นการเพิ่มมูลค่าราคาขาย แต่จะเพิ่มสักเท่าไหร่ และต่อรองให้ลดลงสักเท่าไหร่ เป็นแง่มุมในการต่อรอง อาจจะต่อรวม ๆ กันไปทั้งหลังรวมค่าใช้จ่ายในการตกแต่งหรือต่อรองแบบแยกตัวบ้านกับการตกแต่ง ออกจากกันก็ได้ ต่อเพื่อให้ราคาบ้านก็ได้ลด ราคาการตกแต่งก็ได้ลด
ผู้ซื้อจำไว้เสมอว่า คนขายไม่เพียงมีราคาต่ำสุดไว้ในใจเท่านั้น หากยังมีตัวเลขราคาต่ำสุดของต่ำสุดอีก
ต่อหนึ่ง ซื้อบ้านพร้อมอยู่แม้ตกแต่งเรียบร้อยแล้ว ก็ต่อราคาได้
หาจุดที่จะต่อรองราคา
การ ซื้อบ้านที่มีการตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไว้นั้น ลองมองหาจุดที่จะต่อรองราคาดู โดยเฉพาะในส่วนที่เป็นเฟอร์นิเจอร์หรือเครื่องเรือนมาเพิ่มน้ำหนักและเหตุผล ในการต่อรองราคาหลังจากพิจารณาเรื่องเกี่ยวกับตัวบ้าน หลังคา ฝ้าเพดาน ผนัง พื้น หรืออื่น ๆ แล้ว
ข้อ แรก หากเห็นว่าประเด็นข้อบกพร่องอื่น ๆของบ้านพร้อมเครื่องเรือนที่อยากจะซื้อนั้น เพียงพอให้ต่อรองราคา ก็ต่อกันที่ตรงนั้น อย่าลืมว่า ต่อเพื่อซื้อ หากไม่ต้องการซื้อก็อย่าเสียเวลาต่อ
ข้อ สอง แม้จะชอบเครื่องเรือนก็ควรมองให้เห็นข้อบกพร่อง อาทิ ตำแหน่งที่ตั้ง หากจะต้องโยกย้ายใหม่ พื้นใต้เครื่องเรือนที่หนักๆ เช่น ตู้หรือเตียง อาจมีปัญหาชำรุด หรือสีผิดเพี้ยนไป อาจจะต้องซ่อมหรือปรับปรุงก็ให้ประเมินว่าต้องจ่ายเพิ่มอีกเท่าไหร่ ให้นำมาหักออกจากราคาที่เสนอขาย
ข้อ ที่สาม ดูของเกินความจำเป็นหรืออาจจะสร้างภาระในอนาคต หรือเกะกะเพราะต้องการพื้นที่ใช้สอยแตกต่างกับเจ้าของเดิม ให้พิจารณาเครื่องเรือนที่ไม่ต้องการ นำเอาราคาเครื่องเรือนชุดนั้น ๆ หักออกเสีย
พนักงาน ขายที่มีประสบการณ์เกี่ยวกับการจัดเครื่องเรือนเข้าบ้าน จะรู้ดีว่าปัญหาเฟอร์นิเจอร์เป็นเรื่องสำคัญมาก แต่ก็เป็นจุดขายที่ดี หากเจ้าของบ้านเดิมจัดเครื่องเรือนไว้อย่างลงตัว
หาก ไม่ต้องการเครื่องเรือนเดิมสักชิ้นอาจใช้วิธีนี้คือ บอกคนขายไปตรง ๆ ว่า ลองประเมินราคาเฟอร์นิเจอร์และขายไปเสีย แล้วนำมาหักออกจากราคาเสนอขาย
การ ต่อรองแบบนี้ไม่มีเล่ห์เหลี่ยมอะไร แต่เป็นการบอกความต้องการของเราโดยตรง และให้คนขายบ้านช่วยขายเฟอร์นิเจอร์ให้ลดภาระที่จะต้องขายเครื่องเรือนที่ ไม่ต้องการสักชิ้นไป ความชอบเรื่องเฟอร์นิเจอร์นั้นเป็นเรื่องเฉพาะครอบครัว ดังนั้นให้นำสมาชิกที่จะเข้าอยู่บ้านใหม่มาดูแต่ละห้อง แต่ละพื้นที่ซึ่งสมาชิกครอบครัวจะต้องใช้ชีวิตร่วมกับเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้น
สรุป แล้ว บ้านพร้อมเครื่องเรือน ประเด็นต่อราคาก็มาจากเครื่องเรือนนั่นแหละ พิจารณาว่า ผู้ขายบวกราคาเกินไปหรือไม่ หรือเอาราคาเครื่องเรือนที่ไม่ต้องการมาหักออกจากราคาบ้าน หากอยากได้แต่บ้านโล่ง ๆ ก็เสนอให้ผู้ขาย บริการขายเครื่องเรือนที่ไม่ต้องการไปให้หมด

บ้านมือสองบางหลังมีการตกแต่งภายในเรียบร้อยแล้วจะซื้อดีหรือไม่ซื้อดี ความรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับการพิจารณาบ้านที่ตกแต่งแล้วคือ
1. จำแนกลักษณะการตกแต่งให้ชัดเจนว่าเป็นการตกแต่งแบบยึดติดผนังหรือที่เรียก ว่าบิ้วท์อินหรือเป็นการตกแต่งโดยยกเฟอร์นิเจอร์บางชิ้นเข้าไป การตกแต่งที่แตกต่างกันดังกล่าวควรแยกได้ในระดับจำนวนที่แน่นอน เป็นชิ้น เป็นพื้นที่
2. ดูสภาพประโยชน์ที่จะใช้สอยได้ ทั้งการใช้ได้จริง การดูเพียงความสวยงามและอายุความคงทนที่เหลืออยู่
3. ดูรสนิยมความชอบส่วนตัวว่าแตกต่างกับการตกแต่งแต่เดิมมากหรือไม่
4. เปรียบเทียบประมาณค่าใช้จ่ายและเวลาที่ต้องเสียไปหากต้องปรับเปลี่ยนแก้ไข ซ่อมแซม เพราะถ้าหากเป็นบิ้วท์อินก็ต้องรื้อทิ้ง หรือถ้าหากเป็นแบบยกเข้ามาหากเปลี่ยนที่แล้วไม่เหมาะสมก็ต้องยกออก แต่ถ้าหากพอใจเป็นส่วนใหญ่หรือเห็นว่าไว้เปลี่ยนทีหลังก็ประเมินดูว่าควรจะ มีราคาสักเท่าไร
เมื่อถึงตรงนี้แล้วผู้ซื้อคงพอจะเห็นแนวทางในการต่อรองราคาได้บ้างหากว่าพบ การเสนอขายแบบนี้ก็หาข้อมูลบ้านละแวกเดียวกันว่าขายเท่าไร ทั้งนี้เพราะผู้เสนอขายไม่ได้บวกมูลค่าของการตกแต่งเข้าไป
ประเด็นที่สามารถนำมาต่อรองราคาได้อีก คือ เรื่องอายุของวัสดุตกแต่งเพื่อการใช้สอยอันจะเกี่ยวพันถึงการจ่ายเงินเพื่อ ซ่อมแซมหรือเปลี่ยนใหม่ ดูให้ดีๆหาจุดต่อรองราคาให้ได้เพราะบางทีไม่พอใจการตกแต่งแต่พอใจตัวบ้านและ สภาพบ้าน
ที่มา www.h2h2u.com