|
ตามที่ได้ติดไว้คราวก่อน ทีจะเล่าให้ฟังวันนี้ก็จะเป็นรายละเอียดของแอร์นะคะ ว่าแอร์มีแบบไหนบ้าง แต่ละแบบติดตั้งแบบไหน ขนาดห้องเท่านี้ต้องการกับระบบใด และควรกี่BTU BTUคืออะไร สำหรับแอร์บ้านเราติดตั้งอย่างไรจึงจะประหยัดไฟ ก็อธิบายในส่วนนี้เลยละกันนะคะ
อันดับแรกเลยนะคะ แอร์คืออะไร
คำถามนี้ถามใคร ๆ ก็ตอบได้ เด็กเล็กเด็กแดงก็รู้จัก เอาเป็นว่ากันทั่วบ้านทั่วเมือง เนื่องจากประเทศเราเป็นเขตร้อน ทำให้เราต้องการเครื่องที่ช่วยปรับอากาศที่ร้อน ๆของเราให้ดีขึ้น เพราะฉะนั้นใคร ๆ ก็รักแอร์ เพราะเปิดแอร์มันสบายนี่เอง ราคาเท่าไหร่ ไม่ว่ากัน ฉันยอมจ่าย ประมาณนี้
แล้วแอร์มีแบบไหนมั่ง... อืม เอาใกล้ ๆ ตัวเราก่อนเลย ก็แบบที่เราใช้ตามบ้านทั่วไปทั้งแบบแขวนแบบตั้งและจะมีกล่องสี่เหลี่ยม ๆ ตั้งอยู่นอกห้อง แบบนี้เรียกว่าแบบ sprit type แล้วส่วนที่ตั้ง ๆ หรือแขวน ๆ ในห้องเนี่ย เรียกว่า FCU ส่วนกล่องสี่เหลี่ยม ๆ ที่อยู่ข้างนอกนั่นเราเรียกว่า CDU

ต่อมาก็แบบที่มันตั้งคล้าย ๆ ตู้เสื้อผ้า ไม่มีกล่องสี่เหลี่ยม ๆ อยู่นอกห้องด้วย เวลาเปิดเครื่องเสียงจะดังหึ่ง ๆๆๆ แบบนี้เรียกว่าแบบ package แบบนี้เป็นระบบคล้าย ๆ sprit type เลยค่ะ แต่จับมารวมกันเท่านั้น เรียกว่า all in one เลยก็ว่าได้ ระแบบนี้เสียบปลั๊กปุ๊ป ใช้ได้เลย แต่เราต้องหาทางระบายน้ำทิ้งแค่นั้นเอง ง่ายและสะดวกมาก ๆ ค่ะแบบนี้ สำหรับ BTU ของแอร์ตัวนี้ที่ขายกัน ก็มีตั้งแต่ 50,000 BTU ถึง 100,000 BTU กันเลยทีเดียว สำหรับราคา แพงกว่าแบบ sprit type แน่นอนค่ะ

อีกแบบ แบบนี้จะเจอได้ตามห้างทั่วไปจะมีช่องแอร์บนหัวของเรา เรียกว่าแบบ central โดยแอร์จะออกผ่านกิล แต่ละกิลก็จะห่างกันตามพอเหมาะ 4 เมตรบ้าง 6 เมตรบ้าง บ้างก็8 เมตร แล้วแต่ผู้ออกแบบ ระบบนี้ต้องการพื้นที่ service มากกว่าระบบข้างต้น นอกจากต้องการห้อง ahu ห้องเป่าลมแล้ว ยังต้องการ chiller คือส่วนที่ทำความเย็น เย็นแบบแทบจะ 0 องศาเลย แต่มันไม่แข็งนะ แล้วมันก็จะมีเครื่องเป่าความเย็นที่ได้จากน้ำไปยังส่วนต่าง ๆ แล้วจะมี cooling tower ที่ช่วยลดความร้อนของน้ำในการนำน้ำมาหมุนเวียนใช้ไหม่ ซึ่ง ห้อง ahu 1ห้อง support พื้นที่ได้ 300 ตารางเมตรเท่านั้น ขนาดของห้อง ahu ที่เหมาะสมก็ขนาด 12-20เมตร ก็จะมีห้อง ahu เป็นจุด ๆ ไป ระบบนี้แพง

อีกระบบไหม่ล่าสุด คือระบบ VRV เป็นระบบที่ฉลาดมาก ๆ ที่โดดเด่นคือมี condensing ตัวเดียว แต่ได้ คอยเย็นหลายๆตัว ประหยัดไฟกว่าแบบ split type 1:1 อยู่เยอะเลย แต่ว่าต้องลงทุนสูงกว่าเยอะเป็น2-3เท่าตัว และต้องเดินท่อน้ำยาไกล ทำให้เปลืองค่าติดตั้ง ดังนั้นหากไม่จำเป็น หรือทำไปไม่คุ้มเสีย ระบบนี้จึงไม่เหมาะอย่างยิ่ง

BTU คืออะไร ... BTU เป็นหน่วยของแอร์ โดยปกติเอาแบบใช้กันก็ 12,000 BTU ก็เท่ากับ 1 ตันความเย็น เหมาะกับห้องขนาด 12 ถึง 16 ตารางเมตร (ถ้าลึกลงไปอีกก็ บีทียู (Btu : British Thermal Unit) คือ หน่วยที่ใช้วัดปริมาณความร้อนหน่วยหนึ่ง เทียบได้กับหน่วยแคลอรีหรือหน่วยจูลในระบบสากล ความร้อน 1 Btu คือปริมาณความร้อนที่ทำให้น้ำ 1 ปอนด์มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นหรือลดลง 1 °F สำหรับเครื่องปรับอากาศนั้นจะวัดกำลังความเย็นหรือความสามารถในการดึงความ ร้อน (ถ่ายเทความร้อน) ออกจากห้องปรับอากาศในหน่วยบีทียูต่อชั่วโมง (Btu/h) ซึ่งเทียบเท่ากับหน่วยวัตต์ในระบบสากล เช่น เครื่องปรับอากาศขนาด 12,000 บีทียูต่อชั่วโมง หมายความว่าเครื่องปรับอากาศเครื่องนั้นมีความสามมารถในการดึงความร้อนออก จากห้องปรับอากาศ 12,000 บีทียูภายในเวลา 1 ชั่วโมง แต่โดยทั่วไปในท้องตลาดมักใช้คำว่าบีทียูแทนคำว่าบีทียูต่อชั่วโมง ซึ่งเป็นการใช้ที่ผิดหลักวิชาการแต่ว่าเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป)
ห้องขนาด16 ตารางเมตร ควรใช้แอร์กี่ BTU
โดยปกติแล้วก็ประมาณ 12000 BTU หรือ 1 ตันความเย็นก็เพียงพอแล้ว ขึ้นกับการจัดวางเฟอนิเจอร์ด้วย
สำหรับแอร์บ้าน sprit type ควรติดตั้งอย่างไรให้มันประหยัดไฟ ... อันดับแรกเลย ก็หันมาใช้แอร์เบอร์ 5 กันก่อนนะ และขนาดของ BTU เหมาะสมกับขนาดห้อง เพราะแอร์จะได้ไม่ทำงานหนักจนเกินไป ส่วน FCU CDU ควรห่างกันไม่มาก (ยิ่งห่างมากก็จะเปลืองไฟมาก) โดยทั่วไปแล้ว sprit type สามารถห่างกันได้ถึง 15 เมตรเลย ยิ่งเทคโนโลยีสมัยไหม่นี้ 20 เมตร และในอนาคตอาจจะไกลกว่านี้ (ยิ่งไกล ยิ่งแพง เพราะฉะนั้นเอาใกล้ ๆ เข้าไว้นั่นแหล่ะดี แต่ใกล้เกินก็ไม่ได้ เพราะเครื่อง CDU มันจะร้อนและทำให้ทำงานหนัก และจะเปลืองไฟ ) เป็นต้นนะจ๊ะ
สำหรับวันนี้คงต้องขอเพียงเท่านี้ สำหรับบทความหน้าเขียนเรื่องคอนกรีตละกันเนอะ เพราะเห็นว่าสมัยนี้คอนกรีตมีแบบไหม่ ๆ ออกมาเยอะแยะ แล้วทำให้เราประหยัดเวลาในการก่อสร้างไปได้เยอะ
|